ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่าน ดร.เอกพจน์ วานิช ที่เล็งเห็นถึงการพัฒนาและการขยายตัวอย่างรวดเร็วด้านเศรษฐกิจในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ในเขตแถบชายฝั่งทะเลตะวันออกการตระหนักถึงสุขภาพอนามัยที่ดีต่อประชาชนและความต้องการใช้บริการโรงพยาบาลที่เพิ่มมากขึ้น

บริษัทโรงพยาบาลเอกชล จำกัด จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2521
ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท บนพื้นที่ 10 ไร่ บนถนนพระยาสัจจา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และนับเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในจังหวัดชลบุรี ที่เปิดให้บริการด้านการรักษาตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2524
โรงพยาบาลได้เริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบโดยให้บริการรับผู้ป่วยจำนวน 80 เตียง
ใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลเอกชล เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้ง อีกทั้งเป็นเกียรติประวัติของโรงพยาบาลโดยนำชื่อ ดร.เอกพจน์ และจังหวัดชลบุรีมารวมกัน โรงพยาบาลได้ขยายจำนวนเตียง เป็น 105 เตียงในปี 2531

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ซึ่งยึดถือว่า บริการที่ดีคือหน้าที่ของเรา โรงพยาบาลเอกชลได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการทุกระดับชั้น และความต้องการใช้บริการจากประชาชนที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ปี 2534 โรงพยาบาลเอกชลจึงเริ่มสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มอีก 1 หลัง เป็นอาคารสูง 10 ชั้น สามารถเพิ่มจำนวนเตียงให้บริการผู้ป่วยจาก 105 เตียงเป็น 262 เตียง โดยเปิดดำเนินการอย่างสมบูรณ์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2538 ด้วยบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมสรรพโดยบริษัทได้นำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นโรงพยาบาลเอกชลแห่งแรกของภาคตะวันออก และแห่งแรกในประเทศไทย จากส่วนภูมิภาคที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อการระดมทุนสำหรับพัฒนาด้านการแพทย์ พร้อมให้บริการทางการแพทย์ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ

สาขา อาทิ
แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ, แผนกโสต-ศอ-นาสิก, แผนกจักษุ, แผนกอายุรกรรม, แผนกสูตินรีเวชกรรม, แผนกศัลยกรรมทั่วไป, แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน, แผนกห้องคลอด และบริการบริบาลทารกแรกเกิด ห้องผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นเป็น 6 ห้อง ปฏิบัติการได้ในทุกกรณี และแผนกบริบาลผู้ป่วยหนัก รวมทั้งแผนกล้างไต และทันตกรรม

ตลอดระยะเวลา 30 ปี บริษัทโรงพยาบาลเอกชล จำกัด
มีความมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง จนมีบริการทางการแพทย์ครบถ้วนและทัดเทียมกับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ จากจำนวนผู้รับบริการที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว จนเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ บริษัทจึงได้เล็งเห็นความจำเป็นที่ต้องขยายสถานที่ให้บริการในปี 2549 จึงได้ทำสัญญาซื้อโรงพยาบาลเอกชนของบริษัท ศุภมิตรเวชการ จำกัด ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 270 เตียง ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลเอกชล 2 ตั้งอยู่ ณ ตำบล อ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และ เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 จำนวน 100 เตียง ให้บริการที่ครอบคลุมมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลเอกชลแห่งแรก

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา

ในปี 2562 ภายหลังจากโรงพยาบาลเอกชลได้ขยายพื้นที่พัฒนาศักยภาพของแผนกบริการด้านต่างๆ แล้ว ยังมีการเพิ่มเติมปรับปรุงแต่ละแผนกอย่างต่อเนื่อง อาทิ

แผนกกุมารเวชกรรม
ที่แยกส่วนบริการ ระหว่างส่วนเด็กสุขภาพดี หรือ Well Baby กับส่วนเด็กป่วย เพื่อยกระดับคุณภาพการควบคุมการติดเชื้อระหว่างเด็กป่วยกับเด็กสุขภาพดี และเพิ่มจำนวนห้องตรวจและห้องหัตถการขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มผู้รับบริการเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนสภาพบรรยากาศก็ปรับปรุงให้มีความสดใส ผ่อนคลายเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มารับบริการเป็นแผนกเด็กสุขภาพดี หรือ Well Baby Department

แผนกสูตินรีเวช
มีการปรับปรุงแผนกใหม่ โดยย้ายไปอยู่ชั้น 3 อาคาร 2 ขยายพื้นที่ให้บริการ และขยายศักยภาพด้านเครื่องมือแพทย์ เพื่อรองรับกลุ่มผู้รับบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มมารดาที่ตั้งครรภ์ โดยมีการออกแบบพื้นที่ให้บริการมีบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและผ่อนคลาย

แผนกผิวหนังและเลเซอร์
ให้บริการดูแลรักษาโรคผิวหนังทั่วไป และบริการให้คำปรึกษาด้วยวิทยาการด้านความงามร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ มีการบริการที่ได้มาตรฐานและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการดูแลรักษาผิวพรรณและใบหน้า เพิ่มความแม่นยำในการรักษา ทั้งช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ช่วยให้ริ้วรอยตื้นจางหาย และยกกระชับผิวหน้า

   โรงพยาบาลเอกชล ได้ขยายพื้นที่เพื่อสร้างอาคารบำบัดน้ำเสีย และระบบก๊าซทางการแพทย์ เนื่องด้วยปริมาณคนไข้ที่เพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้น้ำก็สูงขึ้น ซึ่งเกิดจากกิจกรรมประจำวันของผู้มาใช้บริการ ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญคำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชน จึงลงทุนสร้างอาคารบำบัดน้ำเสีย และระบบก๊าซทางการแพทย์ใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถบำบัดน้ำเสียในปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานกว่าระบบเดิม ในส่วนระบบก๊าซทางการแพทย์ ได้นำระบบการควบคุมการจ่ายก๊าซทางการแพทย์ที่ทันสมัย มีความปลอดภัยสูง

   สำหรับโรงพยาบาลเอกชล 2 ทางบริษัทได้มีการปรับปรุงย้ายพื้นที่แผนกผู้ป่วยนอกประกันสังคมขึ้นไปอยู่ชั้น 3 เพื่อเป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอย ให้อยู่ในสัดส่วนเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการพบแพทย์ตรวจรักษา มีการดัดแปลงแบ่งห้องตรวจเพิ่มขึ้นให้ได้มาตรฐานต่างๆ ตามแบบของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ มีการใช้วัสดุการวางแปลนที่ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการรักษา บริษัทพิจารณาหาแนวทางปรับปรุงอาคารให้ผ่านตามเกณฑ์ประเมินอาคารเขียว ซึ่งใช้เกณฑ์ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาล เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 ทางโรงพยาบาลเอกชล 2 ได้รับการตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐาน HA Hospital Accreditation ของโรงพยาบาล จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) หรือ สรพ.